ไม่ชอบความรู้สึกที่ต้องรอคอยเเละถูกทิ้งให้โดดเดี่ยว
ตอนเด็กๆ อาบะก็ไม่ค่อยกลับบ้าน เรามักจะถูกบอกให้รู้เเค่ว่าพ่อไปทำงาน นานๆทีถึงจะกลับ
เราแปลการรอคอย ว่าการเเสดงออกถึงความรักต่อใครซักคน
ถ้าเรารัก เราก็ต้องรอได้
เเต่เเล้วชีวิตที่โตขึ้นก็ทำให้เรารู้ว่า ชีวิตต้องอยู่กับความเป็นจริงด้วย
คนที่รักจริงก็ต้องไม่ปล่อยให้อีกฝ่ายรอนานเกินไป
ถ้ารักกันจริง เค้าก็จะทำทุกอย่างเพื่อให้ความสุขกับอีกฝ่ายอยู่ดี
ความเป็นจริงตบฉาดเข้าหน้าเราเต็มๆ เมื่อเรารู้ว่า พ่อที่ไม่ค่อยมาหาก็เพราะพ่อมีเมียอีกคน มีอีกครอบครัวที่เค้าไปอยู่ด้วยมากกว่า เเละสำหรับเราเเล้ว ก็คงจะเป็นเเค่ช่วงเวลาจำเป็นที่คงต้องยอมจำนนกลับมาเยี่ยมเยียนบ้าง
ความรู้สึกโหยหานี้ ยังคงกระทบจิตใจเราเเม้กาลเวลาจะผ่านมายาวนาน
สิ่งที่ไม่เคยได้รับครั้งเมื่อเรายังเด็กเราเองก็อยากได้เมื่อเราโต
เราคิดว่าเราเองก็เลือกคนดีเเล้ว คาดคิดมาก่อนทุกอย่าง อย่างดีเเล้ว ว่าทำไมถึงเลือกคนนี้
เหตุผลลึกๆ ก็เพื่อมาอุดรู ปมความคิดที่มีมาเเต่เด็กนี่เอง
เราเลือกคนที่มีภูมิลำเนาอยู่ใกล้บ้าน เผื่อที่เค้าจะได้มาหาเราบ่อยๆ เเละทำให้เราไม่ต้องรอนาน
เราเลือกคนที่ใจดี ใจเยน อบอุ่น เพราะมันเป็นสิ่งที่เราไม่เคยได้รับเมื่อเราเป็นเด็กจากคุณพ่อ
เเต่เเล้วยังไงละ
ทำไมถึงมาลงเอยกับเหตุการณที่เราไม่ชอบเเบบนี้
ทำไมยังต้องรู้สึกโดดเดี่ยว
เราเคยคิดว่าการเเต่งงานคือการมีเพื่อนคู่ใจตลอดเวลา
เเม้ตัวไม่ติด เเต่ใจเราก็ติดกัน ....สิ
ไม่ใช่หรอ
เเล้วทำไมถึงยังรู้สึกโดดเดี่ยวอีกมากกว่าเดิมละ
?

ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น